All good things must come an end .
โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์อย่างเราๆ เมื่อชีวิตมีโอกาสได้พบพานกับความสุขในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การมีคนรักที่ดี การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน กาารถูกชื่นชม การมีสุขภาพที่ดี ฯลฯ เราย่อมรู้สึกพอใจอย่างยิ่งต่อสิ่งเหล่านั้นจนมักเผลอไพลรู้สึกไปว่า "อยากสิ่งเหล่านี้อยู่กับเราไปตลอด"
แต่ถ้าเรามาพิจารณาดูดีๆแล้ว ตั้งแต่เกิดจนมาถึงปัจจุบัน ในระหว่างนั้น ชีวิตของเราได้เกิดสภาวะ "หัวเราะ" สลับกับ "ร้องไห้" มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน นั้นหมายถึงว่า เรามีความสุขสลับกับการมีความทุกข์มาตลอด ไม่มีใครมีแต่ความสุขเพียงอย่างเดียวไปตลอดชีวิต และไม่มีใครมีแต่ความทุกข์เพียงอย่างเดียวไปตลอดชีวิตเช่นเดียวกัน นี่เป็นสภาวะธรรมชาติที่จะต้องเกิดขึ้นกับทุกสรรพชีวิต เฉกเช่นเดียวกับพระอาทิตย์ที่ฉายแสงในรุ่งอรุณก่อนที่จะอัสดงปลงแสงไปในยามพลบค่ำ ซึ่งตรงกับหลักธรรมหนึ่งในกฏของไตรลักษณ์ที่ชื่อว่า "อนิจจัง"
"อนิจจัง" หมายถึง ความไม่เที่ยงแท้ ไม่นิ่งนานของสรรพสิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมแปรเปลี่ยนไปในไม่ช้าก็เร็ว ในวันนี้ ตอนนี้ เราอาจจะมีความสุขมากๆอยู่ แต่ถ้าเราไม่เข้าใจความเป็น "อนิจจัง" ของทุกสรรพสิ่ง เผลอใจไปอยากกอดเก็บช่วงเวลานั้นไว้ให้อยู่กับเราไปตลอด ส่งผลให้เมื่อวันหนึ่งความสุขที่เราเคยมีหมดไป เราจะเป็นทุกข์จากการตีโผยที่พายต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเราไม่เข้าใจสภาวะธรรมนี้ ไม่เตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนยังมีความสุขว่า "มันจะไม่คงอยู่ตลอดไปหรอกนะ" กลับกัน ในบุคคลที่เข้าใจและยอมรับในสภาวะธรรมนี้ เมื่อความสุขที่เคยมีหายไป บุคคลผู้นั้นย่อมรู้สึก "เฉยๆ" เพราะเขารู้อยู่แล้วว่านี่เป็นเรื่องที่สุดแสนจะธรรมดาเหลือเกินซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้
ไม่ใช่แค่ "สุข" กับ "ทุกข์" เท่านั้นที่เป็น "อนิจจัง"
"อนิจจัง" มีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง
วันนี้ร่ำรวย อีกหน่อยอาจยากจน
วันนี้สับสนในชีวิต พรุ่งนี้อาจได้คิดจนกระจ่าง
เคยโดนถางถากหยามเหยียด อีกไม่นานอาจจะถูกให้เกียรติ สรรเสริญ
คนเคยรัก รักกันเหลือเกิน อีกหน่อยอาจจะหมางเมิน เดินกันไปคนละทาง
วันนี้ร่ำรวย อีกหน่อยอาจยากจน
วันนี้สับสนในชีวิต พรุ่งนี้อาจได้คิดจนกระจ่าง
เคยโดนถางถากหยามเหยียด อีกไม่นานอาจจะถูกให้เกียรติ สรรเสริญ
คนเคยรัก รักกันเหลือเกิน อีกหน่อยอาจจะหมางเมิน เดินกันไปคนละทาง
หลายคนอาจจะมองสภาวะธรรมนี้ในมุมมองที่ผิดไป เมื่อมองว่าความสุขจะไม่อยู่กับเราไปตลอดจึงเกิดอาการโศกเศร้า หมดอาลัยตายอยาก แต่ถ้าหากมองในมุมกลับกัน ก็สภาวะธรรมนี้เช่นกันมิใช่หรือ ที่ทำให้ความทุกข์หมุนเวียนเปลี่ยนผันไปเป็นความสุข ฉะนั้นแล้วพุทธศาสนิกทุกท่าน โปรดจงนำ "อนิจจัง" ไปพินิจ พิจารณาให้ถึงแก่นจนเข้าใจและยอมรับเถิด ข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า ความเข้าใจเรื่อง "อนิจจัง" จะทำให้เราเกิด "บาดแผล" ในชีวิตน้อยลง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น